เมื่อเวลาประมาณ 20.50 น. ณ ปากซอยรามคำแหง 21 ขณะที่กำลังรอเพื่อรอเลี้ยวรถออกจากเพื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ คิดว่าโล่งแล้วก็ขยับรถออกไปจนหัวรถเข้าไปอยู่บนนถนนใหญ่แล้ว แต่ก็เห็นว่าไอ้รถตู้คันนี้ท่าทางมันคงไม่ยอม เราก็เลยจอดรอให้มันไปก่อน แต่ที่ไหนได้ไอ้รถตู้คนนี้มันก็พุ่งทะยานเข้ามาโดยไม่มีทีท่าว่าจะเบรคเลย เราก็ได้แต่มองตาม “กึกๆๆ”นั่น..ชนจนได้ กันชนด้านหน้าของไอ้รถตู้นี่ยุบเข้ามาอุ้มกะกันชนรถเราเลย มองหน้ามันด้วยความเซ็ง “ก็เห็นนี่หว่าว่ามันไม่พ้น ยังจะวิ่งเข้ามาอีก”
ต่างคนต่างลงมาดูรถ แล้วก็โทร.เรียกประกัน เป็นเวลาเกือบ 10 นาทีได้ ตำรวจก็โผล่มาแล้วทำการพ่นสีลงบนถนน แล้วเคลียร์พื้นที่ให้ขึ้นไปจอดรถตรงเกาะกลางถนน ไอ้คนขับรถตู้ก็เดินตรงเข้ามาหาบอกว่า “โห รถแข็งมาก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” มีรอยดิวะ ทำไมจะไม่เป็นอะไรเล่า สุดท้ายประกันมาสอบถามเหตุการณ์แล้วดูนู่นนี่นั่นโน่น (เป็นประกันยี่ห้อเดียวกัน แต่ของเราชั้น 3 ของมันชั้น 1) บอกเราว่า
ประกัน : “พี่ ผมเป็นคนกลางนะ เพราะว่าเป็นลูกค้าเหมือนกัน ผมว่าพี่เสียเปรียบนะครับ” อ้าว แล้วไงวะ กูไม่ผิดนี่หว่า
“ผมดูจากรอยที่ตำรวจพ่นไว้ด้วยอะพี่ ถ้าไม่ได้พ่นไว้ เรายังยืนยันได้ว่าเราออกมากลางคันแล้ว แต่นี่รอยของพี่มันเป็นช่วงกันชน ไม่ได้โดนชนตรงกลาง เราเสียเปรียบครับ” ก็เบรครถไว้นี่หว่า เห็นท่าว่ามันไม่ยอมให้ทาง ไม่งั้นก็คงออกไปให้มันชนตรงกลางแล้วโว้ย
“คืออย่างงี้ครับพี่”แต่พี่ไปที่สน.ให้ตำรวจเค้าตัดสินได้นะครับ เพื่อความสบายใจ แต่ผมบอกได้เลยว่า จากประสบการณ์ของผม7ปี พี่เสียเปรียบครับ”
ปลาวาน : “เราเบรครถแล้วนะ ไม่งั้นเราออกให้มันชนกันเลยไม่ดีหรือไง”
ประกัน : “คือว่ายังไงก็ต้องมองเรื่องเส้นทางเป็นหลักครับ เค้ามาทางเอกเค้าได้เปรียบ แต่อยู่ที่เรื่องของน้ำใจอะครับว่าจะเบรคหรือยอมให้กันหรือเปล่า”
ปลาวาน : “อ้าว ยังงี้ท่าเราเห็นใครออกจากซอย เราขับชนมันเลยก็ไม่ผิดอะดิ”
ประกัน : “ครับ”
คือไอ้เรื่องเอก โท ตรีจัตวา เนี่ยอันนี้ทราบ แต่รถเราออกมาตั้งเยอะแล้ว แล้วไอ้รถตู้มันต้องเห็นอยู่ว่าไม่พ้นหน้ารถแน่ๆ ทำไมมันยังเข้ามาอีก ประเด็นคือว่า ถ้าเราออกให้มันชนที่กลางคันหรือท้ายรถไปเลย อันนี้เราไม่ผิดแน่นอน แม่ม รู้งี้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ชนเป็นชน ไม่ผิดด้วย!!!
ปล.จะไปสน.ให้ได้ แต่คุณนายแม่บอกว่าช่างมันเถอะลูก ก็ให้ประกันเค้าซ่อมไปแล้วกันนะลูกถือว่าฟาดเคราะห์นะลูกนะ (แต่หนูไม่ผิดนะแม่)
Sometimes