จำใจ จำนน!!

16 07 2009

เมื่อเวลาประมาณ 20.50 น. ณ ปากซอยรามคำแหง 21 ขณะที่กำลังรอเพื่อรอเลี้ยวรถออกจากเพื่อเข้าสู่ถนนใหญ่ คิดว่าโล่งแล้วก็ขยับรถออกไปจนหัวรถเข้าไปอยู่บนนถนนใหญ่แล้ว แต่ก็เห็นว่าไอ้รถตู้คันนี้ท่าทางมันคงไม่ยอม เราก็เลยจอดรอให้มันไปก่อน แต่ที่ไหนได้ไอ้รถตู้คนนี้มันก็พุ่งทะยานเข้ามาโดยไม่มีทีท่าว่าจะเบรคเลย เราก็ได้แต่มองตาม “กึกๆๆ”นั่น..ชนจนได้ กันชนด้านหน้าของไอ้รถตู้นี่ยุบเข้ามาอุ้มกะกันชนรถเราเลย มองหน้ามันด้วยความเซ็ง “ก็เห็นนี่หว่าว่ามันไม่พ้น ยังจะวิ่งเข้ามาอีก”
ต่างคนต่างลงมาดูรถ แล้วก็โทร.เรียกประกัน เป็นเวลาเกือบ 10 นาทีได้ ตำรวจก็โผล่มาแล้วทำการพ่นสีลงบนถนน แล้วเคลียร์พื้นที่ให้ขึ้นไปจอดรถตรงเกาะกลางถนน ไอ้คนขับรถตู้ก็เดินตรงเข้ามาหาบอกว่า “โห รถแข็งมาก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” มีรอยดิวะ ทำไมจะไม่เป็นอะไรเล่า สุดท้ายประกันมาสอบถามเหตุการณ์แล้วดูนู่นนี่นั่นโน่น (เป็นประกันยี่ห้อเดียวกัน แต่ของเราชั้น 3 ของมันชั้น 1) บอกเราว่า
ประกัน : “พี่ ผมเป็นคนกลางนะ เพราะว่าเป็นลูกค้าเหมือนกัน ผมว่าพี่เสียเปรียบนะครับ” อ้าว แล้วไงวะ กูไม่ผิดนี่หว่า
            “ผมดูจากรอยที่ตำรวจพ่นไว้ด้วยอะพี่ ถ้าไม่ได้พ่นไว้ เรายังยืนยันได้ว่าเราออกมากลางคันแล้ว แต่นี่รอยของพี่มันเป็นช่วงกันชน ไม่ได้โดนชนตรงกลาง เราเสียเปรียบครับ” ก็เบรครถไว้นี่หว่า เห็นท่าว่ามันไม่ยอมให้ทาง ไม่งั้นก็คงออกไปให้มันชนตรงกลางแล้วโว้ย
            “คืออย่างงี้ครับพี่”แต่พี่ไปที่สน.ให้ตำรวจเค้าตัดสินได้นะครับ เพื่อความสบายใจ แต่ผมบอกได้เลยว่า จากประสบการณ์ของผม7ปี พี่เสียเปรียบครับ”
ปลาวาน : “เราเบรครถแล้วนะ ไม่งั้นเราออกให้มันชนกันเลยไม่ดีหรือไง”
ประกัน : “คือว่ายังไงก็ต้องมองเรื่องเส้นทางเป็นหลักครับ เค้ามาทางเอกเค้าได้เปรียบ แต่อยู่ที่เรื่องของน้ำใจอะครับว่าจะเบรคหรือยอมให้กันหรือเปล่า”
ปลาวาน : “อ้าว ยังงี้ท่าเราเห็นใครออกจากซอย เราขับชนมันเลยก็ไม่ผิดอะดิ”
ประกัน : “ครับ”
คือไอ้เรื่องเอก โท ตรีจัตวา เนี่ยอันนี้ทราบ แต่รถเราออกมาตั้งเยอะแล้ว แล้วไอ้รถตู้มันต้องเห็นอยู่ว่าไม่พ้นหน้ารถแน่ๆ ทำไมมันยังเข้ามาอีก ประเด็นคือว่า ถ้าเราออกให้มันชนที่กลางคันหรือท้ายรถไปเลย อันนี้เราไม่ผิดแน่นอน  แม่ม รู้งี้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า ชนเป็นชน ไม่ผิดด้วย!!!

ปล.จะไปสน.ให้ได้ แต่คุณนายแม่บอกว่าช่างมันเถอะลูก ก็ให้ประกันเค้าซ่อมไปแล้วกันนะลูกถือว่าฟาดเคราะห์นะลูกนะ  (แต่หนูไม่ผิดนะแม่)





อายุเป็นเพียงตัวเลข

4 07 2009

และแล้วชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวก็ล่วงเลยข้ามเลข 3 มาอีกวาระ
อาจจะมีบางปีที่ฉลองวันเกิดในครอบครัวกันพร้อมหน้าพร้อมคุณป๋า คุณนายแม่เด็กชายปิ๊กและเด็กชายสไปร์ท ซึ่งก็มีบางปีที่อยู่กันไม่พร้อมหน้า
หนูรู้ว่าปีนี้คุณป๋ามาฉลองวันเกิดกับหนูอย่างแน่นอน
หนูตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรพร้อมคุณนายแม่ แล้วก็พาคุณนายแม่ไปทำบุญบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ แล้วก็กลับมาเป่าเค้กพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นเคย
แต่ว่าครั้งนี้พวกหนูมองไม่เห็นคุณป๋าก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะหนูรู้ว่าคุณป๋าต้องอยู่กับหนูและไปในทุกๆที่กับหนู
วันเกิดปีนี้หนูขอให้คุณป๋ากับคุณนายแม่มีความสุขมากๆนะคะ เพราะว่าถ้าไม่มีคุณป๋ากับคุณนายแม่ก็คงจะไม่มีหนูค่ะ

หนูคิดถึงคุณป๋าจังค่ะ





ป๋าจ๋า หลับให้สบายนะจ๊ะ

4 05 2009

กล่อมพ่อ

เหนื่อยล้า นานแล้ว เธอใช้เวลาชีวิตที่ผ่านมานั้น เพื่อฉันและคนมากมาย
ผ่านร้อน ผ่านหนาว เธอสร้างมันตามความฝันจนเกิดวันนี้
เพราะรักและความจริงใจ

จากนี้ วันนี้ มันถึงเวลาที่ฉันจะกล่อมเธอนั้น ให้พักให้นอนผ่อนคลาย
หลับตา หลับตา มีเรื่องใดใดเคยคิดและห่วงใยนั้น ฉันขอให้ลืมมันไป

หลับฝัน พบเจอแต่สิ่งสวยงาม นอนหลับอยู่บนปลายฟ้า สายลมจะโชยพัดมา
ให้นอนสบาย

ฝากฟ้า ตรงนี้ ให้ฟ้าดูแลเธอ ได้ทุกอย่างแทนฉัน เมื่อฉันและเธอห่างไกล
หลับตา หลับตา และใช้เวลาที่เหลือไปกับความฝัน ที่แสนงดงามในใจ

ด้วยความฝันที่แสนงดงามในใจ
ด้วยความรัก คิดถึงเหลือเกิน จากหัวใจ
คิดถึงพ่อค่ะ

กล่อมพ่อ





น้ำท่วม

6 10 2008

เหตุกาณ์หน้าเบื่อสำหรับซอยนี้
ฝนตกไม่ว่าจะห่าเล็กห่าใหญ่เป็นอันต้องท่วมทุกที
แล้วท่วมทีไร คุณพระ มิดฟุตบาธกันไปเร้ย
ถ้ามีธุระจะไปไหน แทบจะขอยกเลิกด่วน
เพราะว่าไอ้พาหะนะที่ใช้สัญจรกันไปมาสำหรับชุมชนนี้ ก็พร้อมใจกันจอดนอนตายกันเป็นแถว
ไอ้ครั้นจะเดิน ก็หวิดตกท่อมาแล้วเพราะมองไม่เห็น
สุดท้ายต้องหันมาพึ่งพาหนะคู่ชีพ เท่านั้นแหละ นึกว่าโดยสารมาทางเรือ
เวลาที่รถสวนกันเนี่ย”ตึ้บๆ”เสียงคลื่นกระทบฝ่าเท้า
ในใจก็เริ่มบนบานสารกล่าว ”อย่าดับนะลูก อย่าดับนะ”
เพราะว่าถ้าดับเนี่ย จะเปิดประตูลงไปก็ไม่ได้ น้ำเน่าจะวิ่งผ่านประตูเข้ามาเลยทันที
บางครั้งไอ้น้ำเนี่ย มันไม่ได้เข้ามาในรถให้เห็น แต่มันจะแอบมีซึมๆคุกคามเข้ามาบ้าง
ถ้าแจ๊กพอตแตก ก็จะได้เห็นรองเท้าของตัวเองลอยตุ๊บป่องๆ อยู่ตรงที่วางเท้า
แค่นั้นมันยังไม่พอ มันยังจะทิ้งกลิ่นอับๆไว้ให้อีกหลายวัน
เฮ้อ!!
อยากเหลือเกิ้น อยาก..
อยากจะให้มีท่อระบายน้ำจากซอยนี้ไปโผล่ที่อีสานจิง จิ๊ง
จะได้มีน้ำใช้กันอย่างทั่วถึง





ภาพนื้..ขนลุก

31 08 2008
เวลาที่เราอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากนั้น ไม่ว่าจะเป็นในที่สาธารณะหรือในที่ชุมนุมชน 
เราก็จะได้ยินเสียงเอะอะมะเทิ่งวุ่นวายต่างๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ
เสียงเดิน เสียงเพลง เสียงตะโกน ฯลฯ 
แต่เมื่อเสียงๆนึงดังขึ้น ทุกๆเสียงที่เคยดัง ทุกๆฝีก้าวต่างหยุดเดิน ทุกๆอย่างสงบลงทันที นั่นคือ
เสียง  “เพลงชาติ”
ภาพนี้ในบรรยากาศไหน ก็..ขนลุก
..
..
– ถ้าคนไทยไม่รักกัน แล้วเราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง –
..
..
(แต่เรื่องที่เล่ามาเนี่ย ไม่ได้เป็นผลมาจากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ที่ต้องมีการเลือกฝ่ายใดฝ่ายนึงแต่อย่างใด
เป็นภาพที่ไป in มาจากตอนที่เป็นซื้อของที่สวนจตุจักร ซึ่งเป็นเวลา 18.00 น.
เอาเป็นว่า ส่วนตัวแล้วเกลียด “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ก็แล้วกันนะ)




4 ก.ค.วันช(าติ)ลิตา

30 08 2008
(เล่าเรื่องย้อนอดีตนะ เพราะไม่ได้เขียนซะนานเรย ข้อความดั้งเดิมจาก Hi5 เด๋วเอารูปมาให้ดูนะ)
ขอขอบคุณคุณป๋ากับคุณนายแม่ที่ทำให้หนูได้เกิดมาและเลี้ยงดูเป็นอย่างดีค่ะ ด้วยรักและเคารพนะคะ
ขอบคุณน้องชายตัวแสบทั้ง 2 ที่รักและทะเลาะด้วยกันมาตั้งแต่เด็กจนโต รักนะน้อง
ขอบพระคุณเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ทุกคนมาก สำหรับคำอวยพรดีๆ
ขอขอบคุณเพื่อนๆน้องๆที่อุตส่าห์หอบสังขารไปปาร์ตี้ในวันเกิดด้วยกัน
เป็นวันที่รู้สึกดีจริงๆค่ะ

ขอบพระคุณนะคะ





ภาวะสารเคมีในสมองไม่เท่ากัน

10 06 2008

อาการชนิดเฉียบพลันแสดงอาการผิดปกติชัดเจนในเวลารวดเร็ว   ชนิดเรื้อรัง  บุคลิกภาพค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงขาดความสนใจต่อสิ่งแวดล้อม  อาการมักสังเกตไม่ชัดเจน  นอกจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิด

อาการผิดปกติได้แก่
1.  อาการคลุ้มคลั่ง  เอะอะ  อาละวาด  เกรี้ยวกราด  ดุร้าย  อาจทำร้ายตนเอง  ผู้อื่น  หรือทำลายทรัพย์สิน  มักเกิดอย่างเฉียบพลัน
2.  อาการยิ้มคนเดียว  พูดพร่ำ  เรื่อยเปื่อย  ชอบเดินไปมา  ไม่มีอันตรายต่อผู้ใด  นอกจากจะมีผู้อื่นไปล้อเลียนหรือด่าว่า  มักเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป
3.  อาการประสาทหลอน  ทางหู  ทางตา  ทางสัมผัส  เช่น  ได้ยินเสียงพูดไปเอง  เห็นภาพแปลก ๆ รู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่ตามร่างกาย
4.  อาการหลงผิด  เช่น  หวาดระแวงกลัวคนทำร้าย คิดว่าตนเองเป็นใหญ่เป็นโต
5.  อาการแยกตนเอง  ไม่สนใจเหตุการณ์รอบตัว  ซึม  เฉย  บางครั้งมีอาการเศร้า

ควรแนะนำให้ไปรักษาให้หายได้โดยการรักษาแผนปัจจุบัน  และญาติต้องมีส่วนในการให้กำลังใจและปฏิบัติต่อผู้ป่วยที่ดีด้วย

ทีมสุขภาพจิต

 

จากประสบการณ์ที่เคยไปสังเกตการณ์ผู้ป่วยมา ผู้ป่วยสามารถหายและกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ถ้าได้รับการบำบัดและทานยาอย่างต่อเนื่อง   

แต่ถ้าเป็นอาการเคมีไม่ตรงกัน อันนี้ก็แก้กันยาก..

 








Follow

Get every new post delivered to your Inbox.